ภาวะโลกร้อน
(GLOBAL
WARMING)
บทนำ
ปัจจุบันคนจากทุกหนทุกแห่งทั่วโลก
ต่างเริ่มรับรู้ และตระหนักถึงพิษภัยของภาวะโลกร้อน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์
สัตว์ พืช ตลอดจนสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่อยู่บนโลกนี้ โดยจะก่อให้เกิดความสูญเสียต่อสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต
ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญขององค์ประกอบในระบบนิเวศ
ที่มีแนวโน้มว่าจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นหากไม่ได้รับการป้องกันและแก้ไขเสียตั้งแต่วันนี้
ความหมาย
ภาวะโลกร้อน หมายถึง
ภาวะที่อุณหภูมิโดยเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น
ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เป็นปรากฏการณ์สืบเนื่องจากการที่โลกไม่สามารถระบายความร้อนที่ได้รับจากดวงอาทิตย์ออกไปได้อย่างที่เคยเป็น ภาวะโลกร้อนอาจจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของปริมาณฝน
ระดับน้ำทะเล และมีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อพืช สัตว์ และมนุษย์
สาเหตุ
หากมองย้อนกลับไปที่ต้นเหตุของปัญหา
เราจะพบว่าสาเหตุของภาวะโลกร้อนนั้นคือ การที่มนุษย์เผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล
เช่น ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เพื่อผลิตพลังงาน
และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกตัวสำคัญที่สุดออกสู่ชั้นบรรยากาศเป็นจำนวนมหาศาล
ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน ต้องยอมรับก่อนว่า
สาเหตุมิได้มาจาประเทศอุตสาหกรรมเป็นเป็นหลัก
แต่เราทุกคนต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของต้นเหตุให้เกิดภาวะโลกร้อน เพราะการใช้ชีวิตประจำวันของเรา
เช่น การใช้ไฟฟ้า การเดินทาง การขนส่ง
การสร้างที่พักอาศัย เป็นต้น
ล้วนมีส่วนสำคัญในการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ขึ้นสู่บรรยากาศ
ดังนั้นการแก้ปัญหาก็คือ
การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ดังจะเห็นได้จากความพยายามในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกในระดับนานาชาติที่ระบุใน
พิธีสารเกี่ยวโต พิธีสารเกี่ยวโตเป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศ
กำหนดให้มีการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
โดยเรียกร้องให้ประเทศที่พัฒนาแล้วลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้ได้ ๕.๒
เปอร์เซ็นต์ ภายใน พ.ศ. ๒๕๕๕
ทางออกของปัญหาสภาวะโลกร้อน
ทางออกของปัญหาสภาวะโลกร้อน มีมากมายหลายวิธี เพียงแต่ต้องการความร่วมมือจากคนในสังคมช่วยกัน
๑ วิธีที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้
คือ การประหยัดพลังงาน ซึ่งแบ่งแยกได้หลายวิธีที่ง่ายและสะดวก
สามารถทำได้ ดังนี้
๑. ประหยัดการใช้พลังงานทุกชนิด
โดยเฉพาะไฟฟ้า เพราะเชื้อเพลงในการผลิตไฟฟ้าล้วนแต่ปล่อยก๊าซที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกทั้งสิ้น
ที่สำคัญเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานและถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้งาน รวมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้รถยนต์ส่วนตัวและการโดยสารเครื่องบิน
เพื่อเป็นการประหยัดการใช้น้ำมัน หรือหากต้องมีการประชุมที่ต้องเดินทางไกลควรใช้ช่องทางการสื่อสารด้วยระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์
๒. ลดการสะสมของเศษอาหารบูดเน่าอันก่อให้เกิดก๊าซมีเทน
บริโภคของที่ผลิตในประเทศเพื่อลดพลังงานในการขนส่ง อีกทั้งการรับประทานอาหารท้องถิ่นจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมิใช่น้อย
๓. หลีกเลี่ยงการใช้ถุงพลาสติกเพราะใช้เวลาย่อยสลายนานแล้วหันกลับมาใช้ถุงผ้าที่ใช้ได้หลายครั้ง
๔. สนับสนุนการซื้อสินค้าจากบริษัทผู้ผลิตที่สนใจปัญหาสิ่งแวดล้อม
เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ผลิตที่อยากมีส่วนในการปกป้องโลก
และเลิกสนับสนุนสินค้าของบริษัทที่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
แนวทางการพัฒนา
ภาครัฐ ควรสนับสนุนให้มีการพัฒนาการใช้พลังงานสะอาด เช่น
พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม
ทั้งในด้านงบประมาณในการวิจัยและการพัฒนาระบบให้มีต้นทุนต่ำคุ้มค่าในการใช้งาน
เพื่อลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงอื่นๆที่เป็นสาเหตุหลักของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์
อีกทั้งควรจัดเก็บภาษีสำหรับกิจกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ภาครัฐนำรายได้ส่วนนี้ไปชดเชยให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกรทบหรือนำไปพัฒนาส่วนงานด้านอื่นๆ
ที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมรวมทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย
ภาคประชาสังคม ประชาชนต้องร่วมมือกันกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งเครือข่ายสังคมและภาครัฐ เพื่อให้ภาคสังคมมีความรู้ถึงปัญหาภาวะโลกร้อน
แล้วเกิดการตื่นตัวที่จะร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่วนภาครัฐเองต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้เรื่องภาวะโลกร้อนอย่างสร้างสรรค์
ให้ประชาชนมีองค์ความรู้พร้อมที่จะช่วยกันลดการใช้พลังงานสิ้นเปลือง อีกทั้ง ด้านสถานศึกษาเอง
ต้องจัดกิจกรรมเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน
ปลูกฝังพฤติกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
เช่น การจัดทัศนศึกษาตามแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ
กิจกรรมปลูกป่า
หรืออาจจะจัดพื้นที่ให้มีการปลูกต้นไม้ในสถานศึกษาด้วย
ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดในการปลูกฝังพฤติกรรมเหล่านี้ให้กับพวกเขาคือ การเป็นแบบอย่างที่ดี ถ้าเด็กมีแบบอย่างที่ดีแล้ว พวกเขาก็จะโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี
และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเด็กรุ่นหลังสืบต่อไปได้
ด้านศาสนา ผู้เขียนเชื่อว่า พระพุทธศาสนา
มีหลักธรรมประการหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ที่รากเหง้า นั่นคือ
กตัญญูกตเวที ซึ่งหมายถึง
การรู้คุณแล้วตอบแทนคุณ
มนุษย์ต้องพึ่งพาธรรมชาติมากมาย ทั้งอากาศ
น้ำและผืนดิน
หากเราปลูกฝังธรรมข้อนี้แล้วไซร้
มนุษย์ทุกคนจะระลึกถึงคุณของธรรมชาติและหาทางตอบแทนธรรมชาติ ด้วยการไม่ปล่อยสารพิษลงสู่แม่น้ำ ไม่ปล่อยมลพิษขึ้นสู่อากาศ ไม่ทิ้งขยะสารพิษลงสู่ดิน เป็นต้น
ถ้าเราต่างให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านี้แล้ว ไม่มีทางเลยที่พวกเราเหล่ามนุษยชาติทั้งหลายจะประสบวิกฤตการณ์ภาวะโลกร้อนได้เลย โลกก็จะไม่แห้งแล้ง ฤดูกาลก็จะเป็นไปตามวิถีของธรรมชาติ
และที่สำคัญที่สุดของการป้องกันภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืนนั้น คือ
การร่วมกันปลูกต้นไม้ใหญ่ และรักษาต้นไม้น้อยใหญ่ที่มีอยู่แล้วให้ได้รับความปลอดภัยจากการทำลายด้วยน้ำมือมนุษย์
เพราะต้นไม้ใหญ่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มหาศาลต่อการให้ความชุ่มชื่นแก่โลก และช่วยดูดก๊าซที่ส่งผลไปทำลายชั้นบรรยากาศ ทำให้โลกกลับคืนสู่ความสมบูรณ์ได้อีกครั้ง.
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น