พระพุทธเจ้าในฐานะผู้นำ
การได้ศึกษาพุทธจริยาของพระพุทธเจ้าผ่านพระไตรปิฎก ทำให้เราได้ทราบคุณสมบัติความเป็นผู้นำมาด้วยโดยปริยาย คุณสมบัติเหล่านั้นแทรกแฝงอยู่ในทุกเหตุการณ์ ทุกเรื่องราว ไม่ใช่เรื่องที่จะไปถามผู้นำว่า คุณสมบัติที่ดีของผู้นำคืออะไร เป็นเรื่องของผู้มองจากภายนอกที่จะต้องสรุปเองว่าคุณสมบัติใดบ้างที่คนๆหนึ่งมี ที่ทำให้เขามีความเป็นผู้นำ
พระพุทธเจ้าเคยถูกประทุษร้ายทั้งทางกายและวจีกรรม เช่น ถูกท้าทายลองดีโดยพวกต่างลัทธิ ถูกยั่วยุให้โกรธหรือให้ละทิ้งความตั้งใจ ถูกใส่ร้ายป้ายสีโดยผู้มีจิตริษยา ถูกปองร้ายโดยผู้ใกล้ชิด ในการบริหารงานภายใน บางครั้งก็มีภิกษุหัวแข็งไม่เชื่อฟัง ทะเลาะกันเองให้วุ่นวาย หรือแม้กระทั่งมีผู้คิดจะแบ่งแยกสงฆ์ออกเป็นสองฝ่าย พระพุทธองค์ทรงใช้วิธีการต่างๆกันในการแก้ปัญหา ขึ้นอยู่กับโอกาสและลักษณะของปัญหา เช่น
การกล่าวร้ายป้ายสีของพวกลัทธิอื่นในกรุงสาวัตถี หรือการรุมด่าว่าที่ทรงประสบในกรุงโกสัมพี ทรงใช้วิธีกล่าวเตือนสติแต่ไม่โต้ตอบ เรื่องร้ายก็คลายไป
การทะเลาะกันเองของภิกษุชาวเมืองโกสัมพี เมื่อพระพุทธเจ้าห้ามแล้วไม่มีภิกษุฝ่ายใดยอมฟัง ก็เสด็จปลีกพระองค์ออกไปอยู่ป่า จนกระทั่งชาวเมืองหันมาประท้วงพระภิกษุผู้ช่างทะเลาะ เหตุที่ไม่พอใจเพราะพระภิกษุเหล่านี้ทะเลาะกันจนทำให้พระพุทธเจ้าหลีกพระองค์ไปอยู่ป่า เมื่อภิกษุเหล่านั้นสำนึกได้ เรื่องจึงคลี่คลายลง
การวางท่าทีต่อคำถามของวัสสการพราหมณ์ ซึ่งถามเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การเมือง พระองค์ชี้ให้เห็นยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งของแคว้นวัชชี หมายความว่า แทนที่พระพุทธองค์จะตรัสว่ายุทธศาสตร์การรบคืออะไร พระองค์กลับว่า การจะสร้างเมืองให้เข้มแข็งต้องทำอย่างไร เพราะเมื่อชุมชนเข้มแข็งแล้ว ทุกอย่างไม่ว่า ด้านการศึกษา สังคม การเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ ก็เข้มแข็งไปด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้น จะไม่มีใครสามารถทำลายได้ หรือจะไปทำลายเขาก็ไม่ได้ โดยชี้ให้วัสสการพราหมณ์เห็นตัวอย่างและเข้าใจในยุทธศาสตร์ความเข้มแข็งนั้น ผ่านการสนทนากับพระอานนท์ถึงอปริหานิยธรรมที่ชาวแคว้นวัชชีถือปฏิบัติอยู่
การศึกษาปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นของพระพุทธเจ้า ดังที่ยกตัวอย่างมาข้างต้นนี้ ในภาพรวมเป็นเครื่องเตือนให้เห็นว่าแม้แต่พระศาสดาผู้เปี่ยมด้วยพระมหากรุณาธิคุณก็ยังประสบปัญหานานาประการจากบุคคลที่ยังมีกิเลสครอบงำจิตใจ พระองค์ทรงใช้พระปรีชาญาณในการแก้ไขปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างดีพร้อมทั้งยังชี้แนะแนวทางสันติสุขให้กับประชาชนด้วย
การหันมาดูพุทธวิธีในการแก้ปัญหาและตัดสินใจ ซึ่งพระพุทธองค์ทำด้วยปัญญาคุณ และพระมหากรุณาคุณ อาจจะทำให้ผู้นำตัดสินใจในเรื่องต่างๆโดยใช้อารมณ์น้อยลง มีสติและความรอบคอบมากขึ้น ทว่า เราต้องไม่ลืมว่าการกระทำต่างๆของพระพุทธเจ้า มิได้ใช้วิธีการอันมิชอบตามทำนองคลองธรรม พุทธวิธีเป็นวิธีที่มีพระบริสุทธิคุณรองรับอยู่ การที่ผู้นำยังมีกิเลสอยู่ ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะล้มเลิกความตั้งใจใช้พุทธวิธีเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาและตัดสินใจ แต่ควรจะเป็นเรื่องที่ทำให้เรารู้เท่าทันระมัดระวัง และพยายามลดกิเลสลงบ้าง ลดความเห็นแก่ตัวลงบ้าง มองผลที่จะเกิดกับประชาชน และสังคมโดยรวมให้มากขึ้น โดยเฉพาะบุคคลที่อยู่ในฐานะผู้นำ ควรยึดหลักธรรมในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ก่อนที่ปัญหานั้นๆจะเปลี่ยนระดับกลายเป็นวิกฤติของคนในชาติ ถ้ากระทำได้เช่นนั้น ผลของการกระทำอันดีงามและเที่ยงตรงก็ไม่สูญหายไปไหนแน่นอน ผลจากการกระทำนั้นจะส่งผลย้อนกลับมาเป็นความเจริญอย่างยั่งยืน ความสงบร่มเย็นของประชาชนภายในชาติ รวมทั้งความสงบสุขในสังคมโลกสืบไป