หน้าเว็บ

Buddhism กับวิกฤตการณ์ผู้นำ (ตอนที่ ๓) พระมหาณัฐพร กุสลจิตฺโต


ผู้นำในเรือนธรรม
จริงอยู่ที่สังคมและประเทศชาติต้องการผู้นำ  แต่ก็ต้องการผู้นำที่มีความซื่อสัตย์สุจริต มีวุฒิภาวะ  นำพาไปในทางที่ชอบธรรม  คอยหาวิธีในการช่วยเหลือสังคม  เสียสละเพื่อส่วนร่วม  ในทางตรงกันข้าม  ถ้าผู้นำขาดความชอบธรรม  ไร้ซึ่งวุฒิภาวะ  นำพาไปในทางเสื่อม  ผู้ตามก็จะตกกระไดพลอยโจนไปด้วย  เนื่องจากต้องตกอยู่ในสถานการณ์บังคับให้ต้องเลือกข้าง  บทบาทของผู้นำจึงเป็นบทบาทสำคัญที่สังคมไทยต้องการ  หลักทศพิธราชธรรม (การบริหารบ้านเมือง) และหลักธรรมาภิบาล (GOOD GOVERNANCE) จึงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดกันอย่างกว้างขวาง  ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายมากที่เรามีพระบาทสมเด็จ
         พระเจ้าอยู่หัวที่ทรงทศพิธราชธรรม  แต่เรากลับมีนักการเมืองที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตคอรัปชั่น    ภาวะผู้นำหรือผู้นำที่สังคมไทยต้องการและจำเป็นต้องมีนั้น ควรมีลักษณะอย่างไรจึงจะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญและสงบสุขได้
ในที่นี้ผู้เขียนขอเสนอหลักปฏิบัติของผู้นำ ๑๐  ข้อ แบบร่วมสมัยที่ผู้เขียนเชื่อว่าผู้นำประเทศทุกยุคทุกสมัยนำไปใช้ได้ เพียงแต่ว่าต้องนำไปปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริงมิใช่แค่อยู่ในหน้ากระดาษเท่านั้น กล่าวคือ
๑)      เป็นผู้ให้  ไม่ใช่ผู้กอบโกย(ทานํ)
๒)    เป็นผู้มีจริยธรรม  คือมีความประพฤติที่ถือเอาเป็นต้นแบบได้(สีลํ)
๓)    เป็นผู้เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน(ปริจฺจาคํ)
๔)    เป็นผู้มีสุจริตโปร่งใส(อาชฺชวํ)
๕)    เป็นผู้อ่อนน้อมถ่อมตน  ดังหนึ่งเป็นข้าช่วงใช้ของประชาชน(มทฺทวํ)
๖)     เป็นผู้ฝึกตนให้ลอยพ้นเหนือผลประโยชน์และอคติทั้งปวง(ตปํ)
๗)   เป็นผู้ไม่ลุแก่อำนาจ(อกฺโกธํ)
๘)    เป็นผู้ไม่เบียดเบียนประชาชนทั้งโดยอำนาจ/กฎหมาย/ภาษีที่ไม่ชอบธรรม(อวิหิงฺสา)
๙)    เป็นผู้อดทนต่องานหนัก/ต่อการวิพากษ์วิจารณ์/ต่อการยั่วยุให้ลุแก่อำนาจ(ขนฺติ)
๑๐) เป็นผู้ถือธรรม  (นิติธรรม/เนติธรรม/สัจธรรม)  เป็นอำนาจเป็นธงชัยในการบริหารราชการแผ่นดิน (อวิโรธนํ)[1]


[1]ว.วชิรเมธี. การเมืองเนื่องในธรรม. กรุงเทพฯ : กรุงเทพธุรกิจ,๒๕๕๒. (หน้า ๒๖)

ไม่มีความคิดเห็น: