ขั้นตอนในการดำเนินการสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากร
ผู้เขียนในฐานะของครูพระ คิดว่า
ต้องปลูกฝังค่านิยมการอนุรักษ์ให้แก่นักเรียนตั้งแต่เด็ก เพราะเด็กจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างถาวรได้ง่ายกว่าในวัยอื่นๆ
ในชั้นประถมศึกษา
สามารถเข้าใจการอนุรักษ์ในเรื่องที่เป็นรูปธรรมได้แล้ว จึงต้องนำภาพหรือสื่อโสตทัศนูปกรณ์ต่างๆ
มาให้นักเรียนดูถึงผลที่เกิดจากการไม่ประหยัดพลังงาน การตัดไม้ทำลายป่า เป็นต้น
หากิจกรรมให้นักเรียนทำ เช่น การปลูกต้นไม้ขนาดย่อม เพื่อสร้างความหวงแหน การรณรงค์ให้นักเรียนประหยัดพลังงานไฟฟ้า ด้วยวิธีต่างๆ
ในชั้นมัธยมต้น
สามารถเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล
ดังนั้น
จะให้นักเรียนทราบถึงกระบวนการทั้งหมดของไฟฟ้า
ด้วยการตั้งคำถาม
ไฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร? ทรัพยากรธรรมชาติชนิดใดบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการผลิตไฟฟ้าได้?
ผลกระทบจากการใช้ไฟฟ้าสิ้นเปลือง? แล้วให้เด็กค้นหาเหตุผลด้วยการศึกษาผ่านกระบวนกรต่างๆ
ในชั้นมัธยมปลาย เด็กจะมีแนวคิดมีเหตุผลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ในชั้นนี้จะให้นักเรียนให้รู้จักและตระหนักถึงมหันตภัยอันเกิดจากธรรมชาติ ด้วยการชี้แจงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมของโลกอันเกิดจากน้ำมือมนุษย์ หลังจากนั้นนำหลัก 1A3R มาเป็นแนวทางการในการอนุรักษ์ ดังนี้
A (AVOID)
การหลีกเลี่ยงหรืองดการใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือย เช่นการงดใช้วัสดุ สิ้นเปลือง
หรือสิ่งของที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้งอย่างกล่องโฟมบรรจุอาหาร หลีกเลี่ยงสิ่งของเครื่องใช้ที่มี สาร CFC.
ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์ทางเคมี เช่น ยาฆ่าแมลง
น้ำหอมชนิดสเปรย์และอื่นๆ
R
(REDUCE)
การลดปริมาณการใช้วัสดุสิ่งของต่างๆ ที่ต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นตัวผลิต
ให้น้อยลง เช่นไฟฟ้า
เพราะหากมีการใช้มากก็ต้องมีการผลิตมาก เมื่อผลิตมากก็ต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติมากตามไปด้วย
ถ้าหากเราลดปริมาณการใช้ให้น้อยลงได้ก็ย่อมลดปริมาณการใช้ทรัพยากรในการผลิตให้น้อยลงเช่นกัน
R (REUSE)
การนำเอาวัสดุสิ่งของที่เป็นของเก่ามาใช้ซ้ำรวมทั้งไม่ใช้หรือไม่สนับสนุน
การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวแล้วต้องทิ้ง
เช่นการใช้ผ้าเช็ดหน้าแทนการใช้กระดาษทิชชู เมื่อมีการใช้ทิชชูมากขยะก็มาก
ต้องมีการกำจัดด้วยการเผา
สิ่งแวดล้อมก็ถูกทำลาย
R (RECYCLE) คือการแปรรูปหรือแปรสภาพสิ่งของที่ใช้ไม่ได้แล้วและจำเป็นจะต้องทิ้ง ให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เช่น กระป๋องบรรจุน้ำอัดลม ซึ่งในโรงเรียนส่วนใหญ่จะมีขยะประเภทนี้อยู่มากต้องจัดการด้วยการแยกขยะ
นอกจากจะมีรายได้จากการจำหน่ายขยะเหล่านั้นยังจะมีส่วนช่วยให้เกิดการแปรรูป
ผลิตภัณฑ์เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่
ในการดำเนินการสร้างความตระหนักในการอนุรักษ์นั้น ผู้เขียนไม่ได้มองที่การสอนในระดับใดระดับหนึ่ง
แต่ต้องสอนตั้งแต่ต้น เมื่อเด็กเริ่มตระหนักรู้ถึงกระบวนการต่างๆ
รวมทั้งผลกระทบอันเกิดจากการพัฒนาและอนุรักษ์ธรรมชาติแล้ว พวกเขาเหล่านั้นจะสร้างภูมิคุ้มกันได้ด้วยตัวเอง ด้วยการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
ตระหนักรู้ถึงคุณและโทษของการรักษาและทำลายสิ่งแวดล้อม ดังนี้แล้ว
ห้องเรียนสีเขียว ก็จะถูกบ่มเพาะด้วยเยาวชนของชาติอย่างอัตโนมัติ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น