พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชดำรัสว่า "ถ้าจะปลูกต้นไม้ต้องปลูกต้นไม้ในใจคนให้ได้"
การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูกป่า หมายถึง
การอนุรักษ์ป่าไม้โดยอาศัยระบบวงจรป่าไม้และการทดแทนตามธรรมชาติด้วยการปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ และควบคุมไม่ให้มีคนเข้าไปตัดไม้หรือเหยียบย่ำต้นไม้เล็กๆ
เพื่อที่ว่าเมื่อทิ้งช่วงระยะหนึ่ง พืช ลูกไม้ พรรณไม้ต่างๆ จะค่อยๆเจริญเติบโต
และขยายพันธุ์ฟื้นตัวขึ้นได้ การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูกนี้ เป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดที่สุด แต่กลับให้ผมที่มีคุณค่าอย่างมหาศาล
การปลูกป่าในใจคน หมายถึง การปลูกจิตสำนึกเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ดินน้ำลมไฟที่อยู่รอบตัวเรา โดยเริ่มจากการสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเพื่อให้ได้รับรู้ถึงประโยชน์ของป่าและการอยู่ร่วมกับป่าอย่างพึ่งพาอาศัยกัน
และส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกป่าจนกระทั่งสามารถจัดตั้งเป็นกลุ่มอนุรักษ์ป่า ช่วยกันดูแรรักษาป่า สร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น ป้องกันการตัดไม้ทำลายปาและการเกิดไฟป่า คลอดจนรู้จักนำพืชป่ามาบริโภคอย่างเหมาะสม
ตัวอย่างเช่น
ลุงสอน
กล้าศึก (คนบ้าปลูกป่า) ชาวบ้านโนนเสลา อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ
เป็นผีบ้าปลูกต้นมากว่า 20 ปี เพราะเชื่อว่า การปลูกต้นไม้คือกุศลที่ยั่งยืน
เริ่มต้นในปี 2528 ปู่สอนนำกล้าไม้ท้องถิ่น
ไปปลูกในที่สาธารณะของหมู่บ้าน ทั้งในลานวัด, ริมบึงหนองตูม
และแม้กระทั่งในป่าช้า ทุกวัน ปู่สอน จะตื่นตั้งแต่ตี 4 ออกไปปลูกและดูแลต้นไม้
ด้วยลมหายใจเข้าออกที่มีแต่ความคิดที่ว่า “จะทำงานปลูกต้นไม้ต่อไป
เพื่อสร้างผืนป่าให้มากที่สุด จนกว่าชีวิตจะหาไม่” ภารกิจเล็กๆ
ที่ยิ่งใหญ่ แม้จะถูกค่อนขอดต่างๆ นานา ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ
เมื่อบ้านโนนเสลา มีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์อยู่ใจกลางชุมชน
เป็นแหล่งอาหารที่อยู่อาศัย สถานที่พักผ่อน ให้คนในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน จาก
“ผีบ้า” จึงกลายเป็น “วีรบุรุษ” ของชาวโนนเสลา และผู้คนทั่วไปที่มาขอคารวะเป็นลูกศิษย์
เพื่อเจริญตามรอยเท้าแห่งความดีงามนี้
นี่เป็นตัวอย่างของคนที่มีจิตสำนึกในการปลูกป่า โดยที่ป่าได้เติมโตในใจกลางของเขาเสียแล้ว
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น