หน้าเว็บ

ปัญหาน้ำในลำคลองเน่าเสีย


ปัญหาน้ำในลำคลองเน่าเสีย เป็นมลพิษทางน้ำ
การเจริญของชุมชนเมืองและการขยายตัวของอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างรวดเร็วโดยขาดการบริหารจัดการที่ดีด้านน้ำเสียที่เกิดขึ้น ส่งผลให้คุณภาพน้ำในคูคลอง และแม่น้ำสายต่างๆ ที่รองรับน้ำทิ้งจากชุมชนเมืองและโรงงานอุตสาหกรรม  มีความเสื่อมโทรม และมีคุณภาพน้ำต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่จะนำไปใช้เพื่อการอุปโภค, บริโภค และการอุตสาหกรรม 
 ด้วยเหตุนี้การจะคืนคลองสวย คืนน้ำใส ให้ชุมชนจะต้องแก้ที่ต้นสายและรักษาปลายเหตุ  เป็นการคืนสภาพน้ำในคู คลองให้ใสสะอาดอย่างยั่งยืน
การแก้ที่ต้นเหตุ คือ ภาครัฐต้องเอาจริงเรื่องการบังคับใช้กฎหมายต่อโรงงานอุตสาหกรรมเรื่องการบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยทิ้ง และการรณรงค์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลอง ไม่ทิ้งของเสียและขยะจากครัวเรือนลงในคลองก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน
             รักษาที่ปลายเหตุ หมายถึง การบำบัดน้ำเสียที่มาจากภาคครัวเรือนต่างๆ โดยการเพิ่มปริมาณโรงบำบัดน้ำเสียให้สามารถรองรับน้ำเสียได้ครบทุกอำเภอโดยในเฉพาะในกทม. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบำบัดน้ำเสีย และการแก้ไขน้ำในคลองที่เน่าเสีย อันได้แก่
          ๑). เครื่องกรองน้ำธรรมชาติ  เป็นการใช้ผักตบชวาซึ่งเป็นวัชพืชที่ต้องการกำจัดอยู่แล้ว มาทำหน้าที่ดูดซับความสกปรก รวมทั้งสารพิษจากน้ำเน่าเสีย
๒). เติมอากาศชีวภาพบำบัด  ใช้เครื่องจักรกลเติมอากาศเพิ่มออกซิเจนละลายน้ำ ซึ่งใช้ออกซิเจนตามธรรมชาติจากพืชน้ำ และสาหร่าย
๓) . การผสมผสานระหว่างพืชน้ำกับระบบเติมอากาศ   สร้างบ่อดักสารแขวนลอย ปลูกต้นกกอียิปต์ เพื่อใช้ดับกลิ่นและปลูกต้นผักตบชวาเพื่อดูดสิ่ง สกปรกและโลหะหนัก ต่อจากนั้นใช้กังหันน้ำและแผงท่อเติมอากาศให้กับน้ำเสียตามความเหมาะสม ตลอดจนให้ตกตะกอนก่อน ปล่อยลงแหล่งน้ำ
๔). หลักธรรมชาติ บำบัด มี 4 ระบบ คือ ระบบบ่อบำบัดน้ำเสีย ระบบบ่อชีวภาพ ระบบหญ้ากรอง และระบบบำบัดน้ำเสียโดยใช้ป่าชายเลน
๕). การเติมอากาศ โดยใช้กังหันน้ำชัยพัฒนา  มีใบพัดเคลื่อนน้ำและซองรับน้ำไปสาดกระจายเป็นฝอย เพื่อให้สัมผัสอากาศได้อย่างทั่วถึง เป็นผลให้ออกซิเจนในอากาศสามารถรวมละลายเข้าไปในน้ำได้อย่างรวดเร็ว
 ประเด็นที่สามารถทำให้สังคมตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว 
          ควรให้ภาคประชาสังคมทราบถึงผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากปัญหาน้ำเน่าเสีย
1. ผลกระทบต่อการเกษตรกรรม
1.1 การกสิกรรม  น้ำเสียที่เกิดจากการปล่อยจากโรงงานอุตสาหกรรมลงสู่แหล่งน้ำโดยปราศจากการกำจัด ทำให้แหล่งน้ำมีคุณสมบัติที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชและใช้เลี้ยงสัตว์
1.2 การประมง  ทำให้สัตว์น้ำต่างๆ ค่อยๆ ลดจำนวนลง เนื่องจากไม่สามารถดำรงชีวิตและแพร่พันธุ์ได้ตามธรรมชาติ ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อการประมงยิ่งขึ้น นอกจากนี้สารพิษที่สะสมยังทำให้สัตว์น้ำมีคุณภาพไม่เหมาะสมต่อการบริโภคอีกด้วย
2. ผลกระทบต่อการสาธารณสุข
ทำให้เกิดโรคร้ายแรง ทำลายสุขภาพของประชาชน ทั้งโดยตรงและทางอ้อม เช่น โรคมินามาตะ (Minamata) เกิดจากากรรับประทานปลาที่สารปรอทสูง ผู้ป่วยมีอาการเกี่ยวกับประสาท มือเท้า ขา ถ้าเป็นมากๆ อาจถึงทุพพลภาพและตายได้ โรคอีไตอีไต (Itati-Ttai) เกิดจากการที่ประชาชนใช้น้ำที่มีแคสเมี่ยมในการบริโภคและการเกษตร โรคระบาดหลายชนิด เช่น อหิวาต์ ไข้ไทฟอยด์ โรคบิด เกิดจากน้ำสกปรก เป็นพาหะนอกจากนี้ แม่น้ำลำคลองเน่าเสียยังส่งกลิ่นเหม็น ก่อให้เกิดความเดือนร้อนรำคาญ เป็นการบั่นทอนสุขภาพของผู้อาศัยอยู่ริมแม่น้ำลำคลอง และผู้สัญจร
๓. ผลกระทบต่อการผลิตน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค
น้ำเสียกระทบกระเทือนต่อการผลิตน้ำใช้อย่างยิ่ง แหล่งน้ำสำหรับผลิตน้ำประปาส่วนใหญ่ ได้แก่ ลำคลอง เมื่อแหล่งน้ำเหล่านี้เกิดเน่าเสีย คุณภาพน้ำลดลง ทำให้ค่าใช้จ่ายในขบวนการผลิตเพื่อให้ได้น้ำที่มีคุณภาพเข้าเกณฑ์มาตรฐานน้ำดื่มเพิ่มขึ้น เมื่อแหล่งน้ำเสียเพิ่มขึ้น การเลือกแหล่น้ำเพื่อการประปาก็ยิ่งมาก และสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากขึ้นด้วย
ถึงเวลาแล้ว...ที่ทุกคน ทุกส่วน ทุกหน่วยงาน ทั้งภาคชุมชน ภาคเอกชน และภาครัฐ..ต้องตระหนัก
รู้ถึงผลเสียหาย  ต้องปลุกจิตสำนึกให้คนรับรู้  ต้องมีมาตรการบังคับ ลงโทษ อย่างหนักเพื่อรักษาแหล่งน้ำ คู คลอง  ไม่ให้ถูกทำร้ายมากกว่าทุกวันนี้

ไม่มีความคิดเห็น: